ลักษณะคำประพันธ์และภาษา เป็นกลอนบทละคร มีลักษณะสัมผัสเช่นเดียวกับกลอนแปด สิ่งที่แตกต่างระหว่างกลอนบทละครกับกลอนแปดคือ - ตัวละครสำคัญ กลอนบทละครจะขึ้นต้นด้วย “มาจะกล่าวบทไป” หรือ “เมื่อนั้น” - ตัวละครไม่สำคัญ กลอนจะขึ้นต้นด้วย “บัดนั้น” บทละครจะกำหนดเพลงสำหรับขับร้อง มีเพลงหน้าพาทย์ ใช้ประกอบท่ารำหรือกิริยาอาการของตัวละคร เมื่อขึ้นต้นแต่ละวรรคหรือตอนจะมีเครื่องหมาย (ฟองมันหรือตาไก่) กำกับไว้ โดยเหนือฟองมันจะมีชื่อเพลงสำหรับขับร้อง ใต้ตอนจะบอกว่ามีกี่คำกลอน และบางเพลงจะมีหน้าพาทย์กำกับเช่น “ฯ๒ฯ โอด” ลักษณะคำประพันธ์และภาษา บทละครเรื่องเงาะป่า แต่งด้วยกลอนบทละครตลอดทั้งเรื่อง มีบอกเพลงกำกับไว้ ทรงใช้ภาษาอย่างเรียบง่าย มีความไพเราะไม่มีศัพท์สูงๆ ที่เข้าใจยากอย่างวรรณคดีทั่วไป แต่ได้ทรงสอดแทรกคำศัพท์ภาษาก็อย (ซาไก) ไว้โดยตลอด ก่อนถึงเนื้อเรื่องมีบัญชีศัพท์ภาษาก...
โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง 1.ความรักของหนุ่มสาวนั้นมีอานุภาพรุนแรงที่สุด อาจบันดาลให้ผู้ที่อยู่ในห้วงรักทำอะไรๆเพื่อความรักได้ทั้งนั้นบางครั้งก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นในเรื่องเงาะป่า แม้ในปัจจุบันนี้ความตายของหนุ่มสาวที่เกิดจากความรักเป็นเหตุก็ยังคงมีอยู่เสมอ ๆ 2. ผู้ใดที่มีความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักประเภทใด ผู้นั้นก็มักจะมีความทุกข์ตามมาด้วยเพราะรักแล้วอาจไม่สมหวัง หรือรักแล้วอาจต้องพลัดพรากกัน (ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ ความรักเป็นสั่งที่ดีแต่ควรรักอย่างมีสติ) 3. ไม่ว่าในสังคมใด แม้จะป่าเถื่อนเช่นสังคมเงาะ ก็ยกย่องผู้หญิงที่ซื่อสัตย์มั่นคงในความรักเหมือนนางลำหับ แม้ตายไปแล้วก็ยังมีผู้สรรเสริญ เป็นสัจธรรมที่แท้จริงคือความดีเท่านั้นที่คงทนจีรังยั่งยืน ชาวเงาะถึงแม้จะมีรูปชั่วตัวดำหรือมีความอัปลักษณ์แต่เป็นคนที่มีจิตใจดีงามแสดงให้เห็นว่าอย่ามองคนเพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น 4. เกี่ยวกับประเพณีการแต่งงานแบบคลุมถุงชนว่าบางครั้งก่อให้เกิดความเดือดร้อนและความทุกข์ทรมาน เพราะคู่บ่าวสาวอาจมีคนรักอยู่แล้วเหมือนนางลำหับในเรื่องนี้ ดังนั้นบิดามารดาจึงไม่ควรบังคับ ...
คุณค่าและประโยชน์ 1. ความรู้เกี่ยวกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่และขนบธรรมเนียมประเพณีของพวกเงาะซาไก ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย ภาษา อาวุธ การแต่งกาย ความเชื่อ ประเพณีแต่งงาน ประเพณีงานศพ เช่นรู้ว่าพวกเงาะไม่มีกฎหมาย ไม่มีสถานที่ฟ้องร้องและตัดสินคดี เมื่อเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทก็ใช้วิธีตัดสินโดยการต่อสู้กันตัวต่อตัวคล้ายกับการดวล ( duel) กันเช่นเดียวกับทางตะวันตก พวกเงาะนับถือผี วิญญาณ เจ้าป่า และรุกขเทวดา เชื่อถือเครื่องรางของขลัง เมื่อตายไปเชื่อว่าจะต้องรับฝังศพเพื่อมิให้เป็นเหยื่อสัตว์ร้าย และต้องย้ายทัพหนีวิญญาณของผู้ตาย ในการสู่ขอแต่งงานฝ่ายชายต้องนำผ้าคู่หนึ่งมาให้แก่พ่อแม่ฝ่ายหญิง หลังพิธีแต่งงานมีการให้โอวาทแล้วเลี้ยงฉลอง และฝ่ายหญิงต้องเข้าไปอยู่ในป่าตามลำพังกับเจ้าบ่าว 7 วัน จึงจะกลับมายังทับเพื่อศึกษาซึ่งกันและกันและแสดงให้เห็นว่าเจ้าบ่าวสามารถดูแลปกป้องได้ 2. ในสังคมของพวกเงาะนั้นด้อยความเจริญแต่เพียงด้านวัตถุ ส่วนทางด้านจิตใจมีความเจริญมากกว่าคนเมืองด้วยซ้ำไป เพราะพวกเงาะมีความรัก ความซื่อสัตย์สุจริต ความสามัคคีและมีคุณธรรม แม้จะมีความขัดแย้งกันบ้างเป็นเรื่องธร...
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น